ควันหลงวิชาการ + วิชาการน่ารู้
Update in Medicine: Rheumatic disease related uveitis
บทความจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
ผศ.พญ.ปารวี สุวรรณาลัย หน่วยภูมิแพ้ อิมมูโนวิทยาและโรคข้อ ร.พ.รามาธิบดี
ผศ.พญ.โสมศิริ สุขะวัชรินทร์ หน่วยจอตาและม่านตาอักเสบ ร.พ.รามาธิบดี
ภาวะม่านตาอักเสบชนิด anterior uveitis หรือ panuveitis ทั้งแบบ acute และ chronic อาจพบร่วมกับ rheumatic disease โรคที่พบบ่อยในกลุ่ม acute คือ กลุ่มโรค spondyloarthropathy (ประกอบด้วย ankylosing spondylitis, psoriatic arthritis, reactive arthritis, inflammatory bowel disease) และกลุ่ม chronic คือ Behcet disease โดยผู้ป่วยอาจมีอาการเริ่มต้นเป็นทีละตาสลับกันหรือเป็นทั้ง 2 ข้างพร้อมกันได้
การวินิจฉัย: อาศัยอาการและอาการแสดงทางคลินิกเป็นหลัก การตรวจทางห้องปฏิบัติการเช่น autoantibodies คือ antinuclear antibodies (ANA) rheumatoid factor (RF) และ anti-cyclic citrullinated peptides (anti-CCP) มักไม่พบความผิดปกติ ดังนั้นการซักประวัติและตรวจร่างกายจึงมีความจำเป็นเพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคเช่น แผลเรื้อรังเป็นๆหายๆของเยื่อบุช่องปากและอวัยวะเพศที่พบในโรค Behcet หรือ ปวดหลังเรื้อรัง, เส้นเอ็นข้อเท้าอักเสบบ่อยๆ หรือข้อกระเบนเหน็บอักเสบที่พบในโรค ankylosing spondylitis หรือผื่นผิวหนังอักเสบสะเก็ดเงินร่วมกับข้อนิ้วมืออักเสบเรื้อรังในโรค psoriatic arthritis
การตรวจทางห้องปฎิบัติการที่มีประโยชน์และประหยัดคือการส่ง film SI joint (AP, oblique) ซึ่งถ้าผลปกติก็ไม่สามารถ rule out ได้ อาจต้องมีการส่งตรวจเลือด HLA-B27 ในกลุ่ม spondyloarthritis หรือ HLA-B51 ในโรค Behcet เพิ่มเติมในกรณีที่สงสัยโรคดังกล่าว
การรักษา: ใช้ยา corticosteroids ขนาดสูงในช่วงแรกและปรับลดยาเมื่อควบคุมการอักเสบได้ การใช้ยาปรับภูมิคุ้มกัน เช่น methotrexate cyclosporine หรือ cyclophosphamide ร่วมด้วยในกรณีที่เป็นเรื้อรัง, มีการกลับเป็นซ้ำมากกว่า 2-3 ครั้งต่อปี เพื่อช่วยลดโอกาสกำเริบของโรคกลุ่มนี้ หรือเพื่อช่วยลดขนาดและระยะเวลาการใช้ยา corticosteroids (steroid sparing drugs) จะช่วยลดผลข้างเคียงจากยา corticosteroids ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาข้างต้นและโรคมีความรุนแรงมาก อาจรักษาด้วย anti-tumor necrosis factor (anti-TNF) เช่น etanercept infliximab และ golimumab เป็นต้น