ควันหลงวิชาการ + วิชาการน่ารู้
Cataract in Fuchs’ dystrophy
บทความจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
โรค Fuchs’ corneal dystrophy เป็นโรคที่เกิดในตา 2 ข้าง มีการดำเนินโรคที่ช้า และอาจเป็นไม่เท่ากันในตาสองข้างได้ อายุที่เป็นอยู่ในช่วง 40 ปีขึ้นไป ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย
ผลการศึกษา
1. “การผ่าตัดต้อกระจกก่อนการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา” เปรียบเทียบกับการผ่าตัดร่วม (combined หรือ triple surgery) พบว่าการผ่าตัดต้อกระจกก่อนแม้ทำในคนไข้ที่มีจำนวน endothelial cell ต่ำก็สามารถทำให้ระดับการมองเห็นดีขึ้นทุกราย และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำกว่าการผ่าตัดร่วม
2. “การผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาก่อนการผ่าตัดต้อกระจก”เปรียบเทียบกับการผ่าตัดร่วม พบว่า ระดับการมองเห็น refractive outcome และ graft survival ไม่แตกต่างกัน แต่แนะนำให้ทำผ่าตัดร่วมในคนไข้ที่อายุมากเพื่อให้การฟื้นสภาพของการมองเห็นเร็วขึ้น
แนวทางในการตัดสินใจ
1. กรณีที่สามารถทำต้อกระจกก่อนได้ คือ
- ความหนาของกระจกตาน้อยกว่า 650 µm
- กระจกตาใสพอที่จะมองเห็นม่านตาชัด
- และจำนวน endothelial cell มากกว่า 1,000 cells/mm2
2. โดยไม่ใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตัดสินใจขึ้นกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ผ่าตัด ความรุนแรงของกระจกตาที่บวม และระดับความแข็งของต้อกระจก นอกจากนี้ควรคุยเรื่องความเสี่ยงในการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาหลังผ่าตัดต้อกระจกกับผู้ป่วยไว้ก่อน
ขั้นตอนการผ่าตัด
1. ECCE (extracapsular cataract extraction) หรือ PE (phacoemulsification) พบว่าทั้งสองวิธีไม่มีความแตกต่างกันในแง่ระดับการมองเห็นหลังผ่าตัด และจำนวน endothelial cell แต่ PE มีแนวโน้มจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการสูญเสียเซลมากกว่า ECCE ในต้อกระจกที่แข็ง
2. เทคนิคการผ่าตัด พบว่าเทคนิคอาจไม่มีผลมากเท่าเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด phaco time และ phaco power
3. สารหนืด (viscoelastic substance) พบว่าชนิด viscoadaptive และ dispersive นั้นช่วยป้องกัน endothelial cell ได้ดีกว่า cohesive นอกจากนี้การทำเทคนิค soft shell ยังช่วยป้องกันได้ดีขึ้นกว่าใช้ cohesive อย่างเดียว
4. การวางหัว PE แบบ bevel-down พบว่ามีแนวโน้มที่จะมีผลเสียต่อ endothelial cell น้อยกว่า bevel-up
โดยสรุปแล้วการตัดสินใจผ่าตัดต้อกระจกในคนไข้ Fuchs’ dystrophy นั้นขึ้นกับหลายปัจจัย แต่สิ่งสำคัญคือการคุยถึงความเสี่ยงในการต้องผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตากับผู้ป่วยไว้ก่อน นอกจากนี้การผ่าตัดต้อกระจกควรทำตั้งแต่ต้อกระจกยังแข็งไม่มากเพื่อลดความเสี่ยงของการสูญเสียเซลจากพลังงานที่ใช้ในการทำ phacoemulsification
พญ.อรสิริ ธนธานี ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.ศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น