ควันหลงวิชาการ + วิชาการน่ารู้
Is optic disc photography a must in glaucoma diagnosis?
บทความจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของเครื่องมือในการตรวจตาเพื่อวินิจฉัยโรคต้อหินมีการพัฒนาไปมากเช่น OCT, HRT, GDx ทำให้การวินิจฉัยมีความถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงปริมาณในการดูการเปลี่ยนแปลงของ retinal nerve fiber layer thickness และ optic disc morphology
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจก่อปัญหาในการเปรียบเทียบข้อมูลเก่าในอดีต ซึ่งผู้ป่วยต้อหินมีความจำเป็นที่ต้องติดตามโรคเป็นเวลานานๆเช่น 10-20 ปี ทำให้ยากแก่การวินิจฉัยโรคว่าแย่ลงหรือไม่ ดังนั้น การทำ optic disc photography ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเฉพาะเป็นข้อมูลพื้นฐานไว้เปรียบเทียบเพราะ เทคโนโลยีการถ่ายภาพไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง
ข้อดีของ optic disc photography
1. ทำได้ง่าย และแปลผลง่าย เพราะภาพถ่ายคล้ายกับภาพจาก slit lamp ที่จักษุแพทย์คุ้นเคย
2. ภาพสีของ optic disc ช่วยแยก cupping และ pallor ได้ในขณะที่เครื่องมือถ่ายภาพอื่นๆไม่สามารถแยกได้
3. ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพที่สำคัญในการวินิจฉัยโรค เช่น ขนาดและรูปร่างของ optic disc, C:D, disc hemorrhage, peripapillary atrophy, ตำแหน่งของ central retinal vessel, และ retinal nerve fiber layer defect
4. เทคโนโลยีไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง มีประโยชน์ในแง่การเปรียบเทียบข้อมูลเดิม
5. ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับเครื่องมืออื่นๆ
ข้อเสียของ optic disc photography
1. ไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงปริมาณได้ ทำให้การเปรียบเทียบแบบละเอียดทำได้ยาก
2. มี interobserver variability
3. ต้องการคุณภาพของภาพถ่ายที่ดี จึงจะแปลผลได้ถูกต้องแม่นยำ
4. จากภาพถ่าย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย อาจสังเกตได้ยาก
โดยสรุป ยังไม่มีเครื่องมือชนิดใดชนิดหนึ่งจะสามารถวินิจฉัยโรคต้อหินได้ถูกต้องแม่นยำ เราควรรู้ข้อดีข้อเสียของเครื่องมือแต่ละชนิด เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย การใช้ข้อมูลจากหลายเครื่องมือจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยได้ แต่ต้องประกอบกับการซักประวัติ ตรวจร่างกายโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียด และติดตามอาการผศ.พญ. สุมาลี บุญยะลีพรรณ