คลังความรู้สำหรับประชาชน
การปรับสภาพแวดล้อมและเทคนิคช่วยในการมองเห็นสำหรับผู้มีปัญหาด้านสายตา
บทความจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
เมื่อมีการสูญเสียการมองเห็นที่ไม่สามารถกลับคืนมาได้ คุณอาจจะโกธรและโศกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกดังกล่าว คุณสามารถเรียนรู้ที่จะใช้สายตาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ปรับแต่งสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ค่ะ
การปรับสภาพแวดล้อมและเทคนิคช่วยในการมองเห็นสำหรับผู้มีปัญหาด้านสายตา
เรื่อง : พ.อ.หญิง ผศ.พญ. ฐิติพร รัตนพจนารถ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ภาพ : พ.ต. นพ. ศีตธัช วงศ์กุลศิริ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
พ.อ.หญิง ผศ.พญ. ฐิติพร รัตนพจนารถ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
เมื่อมีการสูญเสียการมองเห็นที่ไม่สามารถกลับคืนมาได้ คุณอาจจะโกธรและโศกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกดังกล่าว คุณสามารถเรียนรู้ที่จะใช้สายตาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ปรับแต่งสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย ปรับตัวในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ค่ะ
เทคนิคต่างๆที่จะช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น
ทำให้ใหญ่ขึ้น
คุณสามารถนั่งใกล้โทรทัศน์มากขึ้นกว่าเดิม การนั่งใกล้โทรทัศน์ไม่ได้ทำให้สายตาเสีย เลือกจอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ โทรศัพท์สีขาวที่มีหมายเลขสีดำตัวใหญ่ ใช้ปากกาสีเข้มเส้นใหญ่
ใช้ความแตกต่างของสีเพื่อเพิ่มความชัดเจน
- ใช้แก้วสีขาวใส่กาแฟ แก้วสีเข้มใส่นม เลือกจานสีขาวใส่ข้าวกล้อง จานสีเข้มใส่ข้าวขาว เป็นต้น
- ใช้แถบสีสะท้อนแสงหรือทาสีบริเวณขอบบันไดจะช่วยเห็นขั้นบันไดแต่ละขั้นให้ชัดเจนขึ้น
- ติดแถบสีรอบสวิทช์ไฟ เต้าไฟ ลูกบิดประตู
- ใช้สติ๊กเกอร์สีหรือยาทาเล็บสีสดใสทำเครื่องหมายที่เตาแกส ไมโครเวฟ
- การตกแต่งภายในควรเน้นการเพิ่มการตัดกันของสี เช่น ขอบประตู หน้าต่าง ใช้หลักการเดียวกันนี้ในห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น
- กระเบื้องปูพื้นหรือเสื่อน้ำมันควรเป็นสีเดียว ไม่มีลวดลาย เมื่อของตกพื้นจะหาได้ง่ายขึ้น
ทำให้สว่างขึ้น
- พกไฟฉายขนาดเล็กไว้ติดตัว ไว้ส่องอ่านฉลากหรือป้ายราคา
- ติดไฟเพิ่มความสว่างในห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้สายตาเลือนรางเป็นผู้สูงอายุ ในผู้อายุ 60 ปีที่มีสายตาปกติต้องการความสว่าง 3 - 4 เท่าของผู้อายุ 20 ปีอยู่แล้ว
- ติดไฟเพิ่มบริเวณบันไดและทางเดินเพื่อป้องกันการหกล้ม
- ติดไฟเพิ่มหรือใช้โคมไฟเฉพาะจุดในตำแหน่งที่ต้องทำงาน เช่น ทำครัว
- ในการอ่านหนังสือ นอกจากไฟห้องแล้วควรเพิ่มไฟเฉพาะจุดจากโคมไฟที่ปรับทิศทางได้ ให้ไฟเข้าด้านข้างและปรับทิศทางไม่ให้เกิดแสงสะท้อนจากหน้ากระดาษ เลือกใช้หลอดไฟ LED ซึ่งประหยัดไฟและไม่ร้อน
- แสงอาทิตย์จากหน้าต่างให้แสงที่ดี สามารถปรับความเข้มได้โดยใช้ผ้าม่านมู่ลี่หรือปรับระยะห่างจากหน้าต่าง
- ดวงไฟในห้องน้ำไม่ควรสว่างจ้าเกินไป เพราะเมื่อตื่นเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืนจะทำให้ปรับตาเข้ากับห้องนอนที่มืดได้ช้า
- บริเวณที่อาบน้ำควรมีแสงเพียงพอ ไม่ถูกบังด้วยม่านห้องน้ำ หรือฉากกั้นเพราะคนส่วนใหญ่ถอดแว่นเวลาอาบน้ำ
ลดแสงกระจาย
- เลือกกระเบื้องปูพื้น เครื่องใช้ในห้อง โต๊ะ ตู้ ที่พื้นผิวด้าน ไม่มันวาวสะท้อนแสง
- วางโทรทัศน์และจอคอมพิวเตอร์โดยไม่ให้มีแสงสะท้อนจากหน้าต่างหรือหลอดไฟ
- ลองใส่แว่นสีเหลืองหลายๆเฉดอาจช่วยให้เห็นดีขึ้น
- ใส่หมวกเพื่อกันแสงสะท้อนทั้งนอกและในบ้าน
เคล็ดลับอื่นๆ
แถบช่องอ่านหนังสือ ช่วยเน้นข้อความบรรทัดที่อ่านและปิดข้อความที่อยู่นอกกรอบ ลดความจ้าของหน้ากระดาษ ทำให้อ่านหนังสือได้ดีขึ้น
สามารถทำเองได้ง่ายๆ โดยใช้กระดาษแข็งสีเข้มเจาะรูตรงกลางเป็นช่องสี่เหลี่ยมพื้นผ้า เวลาอ่านหนังสือให้วางช่องตรงกับบรรทัดที่จะอ่าน
ภายในบ้าน หลีกเลี่ยงพรมปูพื้นผืนเล็กเพราะจะทำให้สะดุดหกล้มได้ง่าย สมาชิกในบ้านควรวางของให้เป็นระเบียบ เมื่อใช้ของใช้แล้วควรวางกลับที่เดิมเพื่อให้ผู้สายตาเลือนรางหาได้ง่าย
พับธนบัตรตามราคา ใช้การพับแตกต่างกันเพื่อช่วยบอกจำนวนเงิน เช่น พับตามยาว พับครึ่งตามขวาง พับสี่ เป็นต้น
การฝึกใช้สายตาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
- ฝึกเทคนิกการกวาดสายตา (scanning)
เป็นการเคลื่อนไหวศีรษะหรือตาเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม โดยฝึกให้กวาดสายตามองไปรอบๆตัวอย่างมีระบบ จะทำให้เห็นสภาพแวดล้อม
รอบๆได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง ตัวอย่างเช่น เมื่อเดินเข้าไปในห้องประชุมให้เดินหลบจากประตู และมองไปรอบๆ หาตำแหน่งสำคัญ เช่น บันได เวที ที่นั่ง ทางออก เป็นต้น
- ฝึกหาจุดชัดที่สุด
เป็นการหาตำแหน่งที่ชัดที่สุดข้างจุดภาพชัด (จุดภาพชัดคือ จุดศูนย์กลางของจอตา ซึ่งมักจะเสียไปในโรคจอตาเสื่อมจากเหตุสูงอายุ) วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ที่มีภาพมัวแบบจุดดำตรงกลางขนาดไม่ใหญ่นัก เช่น โรคจอตาเสื่อมที่มีจุดดำขนาดเล็ก
วิธีการฝึก สามารถฝึกได้ในห้อง โดยมองตรงไปข้างหน้าจ้องที่นาฬิกาบริเวณศูนย์กลาง สังเกตว่าที่ตัวเลข 1 ถึง 11 ตัวเลขใดเห็นชัดที่สุดตำแหน่งนั้นน่าจะเป็นจุดชัดที่สุด ฝึกการใช้ตำแหน่งดังกล่าวในการมองภาพ โดยฝึกหาตำแหน่งวัตถุต่างๆภายในห้อง เมื่อฝึกฝนไปเรื่อยๆจะสามารถมองได้อย่างเป็นธรรมชาติและเห็นสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น เมื่อฝึกจนชำนาญแล้วจึงฝึกมองวัตถุเคลื่อนไหว เช่น ผู้คนที่เดินไปมา จากนั้นจึงฝึกการทำงานประสานกันของมือและสายตา
อุปกรณ์ช่วยในการมองเห็น
แว่นขยายแบบมือถือ
แว่นขยายแบบมือถือเป็นอุปกรณ์ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยและปรับตัวได้ง่าย ส่วนใหญ่ราคาไม่แพง พกพาสะดวก มีชนิดที่มีแสงไฟในตัว และสามารถใช้ร่วมกับแว่นตาได้ แต่มีข้อเสียคือต้องใช้มือถือ จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีมือสั่น อาจจะทำให้เมื่อยมือถ้าต้องอ่านหนังสือนาน และต้องถือในระยะโฟกัสจึงจะได้กำลังขยายสูงสุด
แว่นขยายแบบวางกับวัตถุ
มีชนิดแบบมีขาตั้ง หรือวางทาบกับวัตถุได้เลย ข้อดีคือไม่ต้องใช้มือถือแต่ขนาดค่อนข้างใหญ่พกพาไม่สะดวก ถ้าพื้นผิวที่ต้องการอ่านไม่เรียกจะใช้ค่อนข้างยาก ราคาค่อนข้างแพง
โทรทัศน์ขยายภาพ
ใช้ขยายขนาดที่จะอ่านผ่านทางจอ สามารถปรับความสว่างและเปลี่ยนพื้นหลังเป็นสีขาวหรือดำได้ แต่มีราคาค่อนข้างแพง
คำแนะนำสำหรับญาติและผู้ใกล้ชิด
1. สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้สำคัญที่สุดในการสนับสนุนและให้กำลังใจในการปรับตัวและพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในระยะแรกของการตามัว
2. การใช้สายตาไม่ได้ทำให้สายตาเสื่อมเร็วขึ้น การไม่ใช้สายตาเลยก็ไม่ได้เป็นการยืดอายุสายตาให้นานขึ้นแต่อย่างใดดังนั้นผู้สายตาเลือนรางสามารถอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ได้ตามต้องการ
3. สมาชิกในครอบครัวควรเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบเมื่อใช้ของแล้วควรนำไปวางที่เดิมทุกครั้ง
4. คนทั่วไปมักคิดเอาเองว่าผู้สายตาเลือนรางคงจะไม่สนใจทำกิจกรรมอื่นๆเมื่อตามัว ในความเป็นจริงแล้วเขาเหล่านั้น อาจจะยังพอใจในการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ไปชมภาพยนตร์ การเดินเล่น หรือเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ
5. ในการพูดคุยกับผู้สายตาเลือนราง การเรียกชื่อจะทำให้คู่สนทนาทราบว่าเราคุยกับเขาอยู่ ผู้สายตาเลือนรางไม่ใช่คนหูหนวกจึงไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดัง หากผู้นั้นมีการได้ยินลดลงควรพูดช้าๆชัดๆ เมื่อพูดคุยเสร็จแล้วและจะเดินแยกออกไปควรบอกคู่สนทนาด้วย
กลุ่มอาการชาร์ลส บอนเน็ต (Charles Bonnet Syndrome)
ผู้สายตาเลือนรางประมาณ 20-30% จะเห็นภาพเหมือนจริงที่ตนเองทราบว่าไม่ใช่ภาพจริง เช่น เห็นแมว สุนัข หรือคน ภาพที่เห็นจะชัดเจนและดูเหมือนจริงมาก แต่ผู้สายตาเลือนรางจะทราบว่าภาพที่เห็นนี้ไม่ใช่ของจริง อาการนี้ไม่ใช่ความผิดปกติทางจิตประสาท แต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ในผู้สายตาเลือนราง ส่วนใหญ่มักจะเกิดในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่คนเดียว เกิดได้ทั้งจากเบาหวานจอตา จอตาเสื่อม ต้อหิน และโรคอื่นๆ อาการเหล่านี้อาจหายไปเองได้ ผู้สายตาเลือนรางบางคนอาจรู้สึกเพลินกับการเห็นภาพเหมือนจริงเหล่านี้ แต่บางคนอาจรู้สึกกลัวหรือไม่ชอบ การหลับตากระพริบตา จ้องไปที่ภาพนั้น ลุกเดิน หรือขยับตัวจะช่วยให้ภาพนั้นหายไปได้
ผู้สายตาเลือนรางสามารถหาความเพลิดเพลินได้จากการฟังหนังสือเสียงดังนี้
- ห้องสมุดสมเด็จพระเทพรัตน์ มีหนังสือเสียงมากกว่า ๑,๐๐๐ รายการ ราคาพระราชทานแผ่นละ ๕๐ บาททั้งนี้ไม่จำกัดว่าหนังสือจะมีความยาวกี่ชั่วโมงก็ตาม ซื้อได้ที่สำนักงานมูลนิธิราชสุดาฯ
- ศูนย์สื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ http://www.braille-cet.in.th/ มีหนังสือนวนิยายและประวัติศาสตร์ สามารถฟัง online ได้