คลังความรู้สำหรับประชาชน
ถึงหลักสี่แล้ว! มองไกลก็ไม่ดี มองใกล้ก็ไม่ชัด จะใส่แว่นอะไรดีนะ ? โดย พญ.เตือนใจ วงศ์วรเศรษฐ์
บทความจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
ถึงหลักสี่แล้ว! มองไกลก็ไม่ดี มองใกล้ก็ไม่ชัด จะใส่แว่นอะไรดีนะ ???
"เลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อ" (Progressive Addition Lenses, PAL)
โดย พญ.เตือนใจ วงศ์วรเศรษฐ์
ถึงหลักสี่แล้ว! มองไกลก็ไม่ดี มองใกล้ก็ไม่ชัด จะใส่แว่นอะไรดีนะ ???
"เลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อ" (Progressive Addition Lenses, PAL)
โดย พญ.เตือนใจ วงศ์วรเศรษฐ์
บางครั้งนิยมเรียกว่า multifocal Lenses หรือ progressive lenses ในที่นี้ขอเรียกว่า ‘PAL’
PAL ใช้สำหรับผู้ที่มีสายตาสูงวัย (Presbyopia) ซึ่งบ้านเรามักเรียกว่าสายตายาว จึงทำให้สับสนกับสายตายาว (long-sightedness) ที่พบในเด็กบางคน สำหรับสายตายาวนี้ถ้าสายตายาวไม่มากจนเกินไปก็มักจะสามารถเพ่งจนเห็นได้ชัดเจนทั้งไกลและใกล้ ส่วนสายตาสูงวัยเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น เมื่ออายุประมาณ 40 ปี ทำให้คนที่เดิมมีสายตาปกติกลับมองในระยะใกล้ยากขึ้น เหมือนกล้องถ่ายภาพที่ปรับภาพไม่ชัดนั่นเอง อาการที่บ่งบอกว่ามีสายตาสูงวัยได้แก่ อ่านหนังสือในระยะปกติไม่ชัดต้องถือไกลจนเกือบสุดมือ อ่านยากเมื่อมีแสงน้อย ไม่สามารถอ่านเมนูอาหารในภัตตาคารและอาจมีอาการเมื่อยล้าตา ปวดศีรษะเมื่ออ่านหนังสือหรือใช้สมาร์ทโฟนไปสัก ระยะหนึ่ง
เมื่อมีอาการของสายตาสูงวัยแล้วเราก็ต้องมีตัวช่วย มีเลนส์หลายชนิดที่ช่วยให้เราอ่านหนังสือหรือทำงานใกล้ได้ ดีขึ้น เช่น
1. เลนส์ชั้นเดียว (Single Reading Lenses) เห็นเฉพาะในระยะอ่านใกล้ มองไกลไม่ชัด
เหมาะกับคนที่มองไกลได้ แต่มองใกล้ไม่ชัดระยะเดียว และกิจกรรมประจำวันไม่ต้องมองหลายระยะทั้งไกลทั้งใกล้พร้อมกันมาก เช่นประชุมที่มองกระดาน แล้วก้มมองกระดาษไปๆมาๆด้วยอาจจะไม่สะดวกนัก
หยิบมาใส่เวลามองใกล้ แต่พอจะมองไกลก็ต้องถอดแว่นออก
2. เลนส์สองชั้น (Bifocal Lenses) เป็นเลนส์ที่เราเห็นรุ่นปู่ ย่า ตา ยายใช้มานานแล้ว ลักษณะคือส่วนบนของเลนส์ไว้มองไกล ส่วนล่างไว้อ่านหนังสือหรือทำงานใกล้ แต่เลนส์แบบนี้ขาดระยะกลางซึ่งเป็นระยะที่เราใช้ดูคอมพิวเตอร์ ระยะที่มองหน้าปัดรถขณะขับรถ การที่มีรอยต่อระหว่างส่วนบนและส่วนล่างทำให้ดูไม่สวยงามและเมื่อ เลื่อนสายตาจากไกลมาใกล้จะรู้สึกถึงภาพกระโดด (jumping of images)
3. PAL คือเลนส์ที่ออกแบบให้มองชัดทุกระยะตั้งแต่ไกลจนถึงระยะอ่านหนังสือหรือทำงานใกล้ โดยส่วนบน เป็นส่วนแก้ไขสายตามองไกลหากมีสายตาผิดปกติไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น ยาวหรือเอียง แล้วค่อยๆเพิ่มกำลัง (ค่า addition) ลงมาเรื่อยๆ มากที่สุดที่ส่วนล่าง เพื่อการอ่านหนังสือหรือทำงานใกล้ให้ชัดที่สุด ส่วนระยะทาง ที่จากบนถึงล่าง (corridor) จะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับดีไซน์ของเลนส์แต่ละชนิดโดยค่า addition อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0.75 ถึง 3.50 ไดออพเตอร์ (diopters) หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าตั้งแต่ 75 ถึง 350 ยิ่งสูงอายุค่า addition ยิ่งมากขึ้น
PAL มีการเปลี่ยนแปลงกำลังเลนส์ที่ซับซ้อนกว่าเลนส์สองชั้น เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถมองเห็นชัดเจนในทุก ระยะในเสี้ยววินาทีอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดเหมือนเมื่อครั้งยังหนุ่มสาว แบ่งง่ายๆเป็นสามส่วนดังรูป
เลนส์ส่วนบนไว้มองไกล ส่วนล่างไว้มองใกล้ ส่วนที่อยู่ระหว่างบนและล่างคือส่วนกลางที่ใช้ดูระยะสุดแขน ดู คอมพิวเตอร์ ดูหน้าปัดรถ ส่วนกลางนี้แคบกว่าส่วนอื่นและมีส่วนที่เห็นภาพบิดเบี้ยวอยู่ด้านข้างดังรูปด้านบน (unwanted cylinder) จึงมีการพัฒนา PALให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ส่วนที่ภาพบิดเบี้ยวนี้น้อยที่สุด เราเริ่มมี PALใช้มามากกว่า 100 ปีแล้ว แต่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเริ่มมาเมื่อประมาณปีค.ศ. 2000
PALมีหลายชนิด ราคาต่างกันขึ้นอยู่กับลักษณะ รุ่นและยี่ห้อ สามารถแบ่งPALเป็นสี่ชนิดดังนี้
1. Standard PAL เป็นเลนส์ที่มาทดแทนเลนส์สองชั้น ใช้งานได้ดีพอสมควรและราคาย่อมเยา การเลือกกรอบ มีความสำคัญมาก ขนาดของกรอบต้องมีพื้นที่สำหรับส่วนที่จะค่อยๆเปลี่ยนสายตาจากไกลลงมาใกล้ เพื่อ ให้มีส่วนอ่านที่กว้างพอ รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตามองไกลที่ผิดปกติไม่มากและสายตาสูงวัยก็ยังน้อย
2. Advanced PAL มีดีไซน์ที่ดีขึ้น ทำให้ใช้ได้ทั้งกับแว่นตากรอบใหญ่และกรอบเล็ก แต่ถ้าหากใช้กรอบเล็ก การปรับตัวจะยากขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ PAL เป็นครั้งแรกเพราะระยะจากบนลงล่างแคบดังนั้นจะเกิดภาพบิดเบี้ยวด้านข้างมาก
3. Premium PAL ด้วยเทคโนโลยีที่คิดค้นมากขึ้น ทำให้การออกแบบและการขัดเลนส์มีความแม่นยำเนื่องจาก กระบวนการขัดถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการนำการวัดค่าต่างๆมาคำนวณเป็นค่าเฉพาะของแต่ ละบุคคล (Customized Lenses) เช่น การเคลื่อนไหวของลูกตา ระยะห่างระหว่างลูกตาทั้งสองข้าง ระยะห่าง ระหว่างลูกตากับกรอบแว่นตา และลักษณะของกรอบแว่นตา เป็นต้น ทำให้มุมมองกว้างขึ้นทุกระยะ ความ บิดเบี้ยวด้านข้างน้อยลงมาก มี PAL บางรุ่นสามารถเลือกโซนได้ว่าอยากได้ส่วนไหนกว้างเป็นพิเศษ เช่น เน้นให้ส่วนอ่านกว้างสำหรับผู้ที่ชอบอ่าน หรือเน้นส่วนไกลกว้างมากๆเพื่อเล่นกีฬา นอกจากนั้นยังสามารถเลือก กรอบได้แทบทุกขนาด ผู้สวมใส่ใช้เวลาปรับตัวน้อยลง อีกทั้งยังพัฒนาเรื่องการเคลือบเลนส์กันแสง สะท้อน กันรังสียูวี (UV) ตัดแสงสีฟ้าบางส่วน เปลี่ยนสีเมื่อโดนแสงแดด กันรอยขีดข่วน และกันรอยนิ้วมือ ดังนั้นราคาของ Premium PAL จึงแพงกว่าเลนส์อื่นๆ เพราะราคาของ PAL จะสูงขึ้นตามเทคโนโลยีและการ ค้นคว้าทดลองก่อนที่จะได้เลนส์นั้นๆจะออกสู่ตลาด
4. Computer PAL หรือ Office Lenses ออกแบบเพื่อใช้ในออฟฟิศให้ผู้สวมใส่เห็นชัดตั้งแต่ประมาณ 16 นิ้วถึง 16 ฟุต (40 เซนติเมตรถึง 480 เซนติเมตร) เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นชัดในระยะกลางและระยะใกล้ เช่น ทำงานคอมพิวเตอร์ ทันตแพทย์ นักบัญชี และช่างผม เป็นต้น ถ้าผู้ใดใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน เลนส์ชนิดนี้จะเหมาะมาก เพราะจะช่วยทำให้ตาไม่เมื่อยล้า ศรีษะอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่ต้องเงยหรือก้ม หน้าดูคอมพิวเตอร์มากเกินไป
PAL มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้
* ข้อดี
1. เห็นได้ชัดทุกระยะ โดยใช้ตากวาดมองหรือปรับหน้าเพียงเล็กน้อย
2. ไม่มีรอยต่อบนเลนส์ ทำให้ดูสวยงาม ดูอ่อนเยาว์กว่าเลนส์สองชั้น และไม่ต้องมองลอดแว่นเหมือนเมื่อใช้ เลนส์อ่านชั้นเดียว ซึ่งทำให้เสียบุคลิก
3. ไม่มีภาพกระโดด (Image Jump)
4. สะดวกในการทำงาน เพราะไม่ต้องถอดเปลี่ยนแว่นหลายอันไปมา
* ข้อเสีย
1. ราคาสูงกว่าเลนส์ชนิดอื่น
2. ภาพบิดเบือนด้านข้างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของPAL
3. ถึงแม้การวัดจะถูกต้องแม่นยำแล้ว แต่ก็มีบางรายที่อาจปรับตัวช้าหรือปรับตัวไม่ได้
ปัจจุบันคนเราสามารถใส่ PALได้ถึง 90 - 98% โดยจะประสบความสำเร็จมากถ้าเริ่มใส่ตั้งแต่อายุน้อยคือประมาณอายุ 40-45 ปีเพราะค่า Addition ยังน้อยและภาพบิดเบือนด้านข้างก็น้อยด้วย ในการเลือกชนิดของเลนส์ ความบางของเลนส์และดีไซน์ของ PAL ต้องอาศัยการซักประวัติ ประวัติสายตา การใช้ชีวิต (Life Style) และชนิดของงานที่ทำ คนที่มีสายตาผิดปกติมาก เช่น สายตาสั้นมาก ยาวมาก เอียงมากหรือเริ่มใส่ตอนอายุมาก ก็จะยิ่งปรับตัวยากกว่า
โดยสรุปการประกอบแว่นตาPALให้ประสบความสำเร็จในการสวมใส่และปรับตัวได้ มีองค์ประกอบมากมาย ดังเช่น
1. การวัดสายตาที่แม่นยำโดยผู้เชี่ยวชาญ
2. การเลือกกรอบแว่นตาที่เหมาะสม ต้องไม่ใหญ่ ไม่เล็กและไม่โค้งจนเกินไป
3. การเลือกชนิด PAL ต้องดูจากการใช้งาน การใช้ชีวิตประจำวัน และความผิดปกติของสายตา
4. การซักประวัติและการวัดรายละเอียดให้ถูกต้องแม่นยำของค่าเฉพาะบุคคล เช่น การมอง ลักษณะลูกตาและ กรอบแว่นตา เป็นต้น
5. การประกอบและส่งมอบแว่น PAL ช่างต้องปรับดัดหน้าแว่นให้สวมใส่สบาย สอนการปรับตัวและการใช้งาน เพื่อให้เห็นชัดทุกระยะและการดูแลรักษาเลนส์
การปรับตัวมีได้ตั้งแต่ในชั่วโมงแรกจนถึงสองสัปดาห์ อาการข้างเคียงมีปวดศีรษะ มึนศรีษะหรือคลื่นไส้ใน ช่วงแรกซึ่งอาจต้องถอดพักเป็นระยะเมื่อมีอาการและใส่เมื่ออาการหาย แต่หากปรับตัวได้แล้วเราจะเห็นชัดทุกระยะใน เสี้ยววินาที เห็นภาพชัดเหมือนใส่แว่นชั้นเดียวและสะดวกในการทำงาน